Skip to main content

โรงแรม พี พาร์ค โรงแรมย่านบางพลัด จรัญสนิทวงศ์ กรุงเทพ

จรัญ-บางพลัด ทำเลครบเครื่อง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

จรัญ-บางพลัด ทำเลครบเครื่อง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ - P-Park Hotel โรงแรมมุสลิมย่านบางพลัด - จรัญสนิทวงศ์

จรัญสนิทวงศ์ ถือเป็นย่านฝั่งธนบุรีที่รายล้อมไปด้วยชุนชนเก่าแก่ โดยมีถนนจรัญสนิทวงศ์เป็นถนนสายหลักในการเดินทาง ปัจจุบันถนนจรัญสนิทวงศ์มีการปรับปรุงจัดระเบียบการจราจรหลายระยะ เพื่อยกระดับการเดินทางให้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทำเลที่ไม่ควรมองข้าม จรัญ-บางพลัด จึงกลายเป็นที่จับตามองและกลายเป็นทำเลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว คงไม่พ้นการมาถึงของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่ช่วยทำให้การเดินทางย่านฝั่งธนฯ ง่ายดายยิ่งขึ้น อีกทั้งสามารถเชื่อมต่อยังจุด Interchange เพื่อเข้าสู่รถไฟฟ้าสายสีเขียว อันเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของการเดินทางใจกลางกรุงเทพมหานคร เท่านั้นไม่พอรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินยังสามารถพาไปเชื่อมต่อยังรถโดยสารสาธารณะอื่นๆ เพื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทางได้อีกมากมาย ด้วยความที่รถไฟฟ้าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้คนในพื้นที่สามารถเดินทางเข้าสู่แหล่งใจกลางเมืองได้ง่ายขึ้น สิ่งนี้ไม่เพียงทำให้ทำเลจรัญ-บางพลัด เข้าถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ได้สะดวกเท่านั้น แต่นั่นหมายถึงการการเข้าสู่แหล่งงานและย่านการค้าสำคัญๆ เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เข้าถึงใจกลางเมืองอย่างรวดเร็ว และไม่ใช่ไม่ใช่แค่การเดินทางที่สะดวกสบายเท่านั้น บนทำเลจรัญ-บางพลัด ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้น ก็ยังแวดล้อมไปด้วยทั้งโรงเรียนและโรงพยาบาลชื่อดัง และด้วยความโดดเด่นของทำเลที่มีครบเหมาะแก่การอยู่อาศัย จึงมีค่ายอสังหาริมทรัพย์มองเห็นศักยภาพของทำเลนี้ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้พักอาศัยที่กำลังมองหาคอนโดสำหรับอยู่อาศัย ถือว่าทำเลจรัญฯ ค่อนข้างตอบโจทย์ครบทุกด้านโดยเฉพาะราคาที่ต่ำกว่าตลาดยิ่งเป็นโอกาสสำหรับคนที่ต้องการซื้อ หรือผู้ที่มีรายได้ระดับกลางขึ้นไปในการพักอาศัยที่เดินทางไม่ไกลจากใจกลางเมือง ทำเลกับความได้เปรียบ จรัญ-บางพลัด จึงเป็นทำเลที่เหมาะแก่การพักอาศัยโดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่ทำงานย่านใจกลางเมืองหรือพื้นที่อื่นๆใกล้เคียง ที่ต้องการมีคอนโดสักห้องเพื่อพักอาศัย ซึ่งการเดินทางก็มีตัวเลือกอย่างรถไฟฟ้าทั้งสายสีน้ำเงินและแดงอ่อนเป็นตัวเลือกหลักให้แก่ผู้เดินทางในย่านนี้ด้วย ลัดเลาะรอบจรัญ-บางพลัด มีอะไรใกล้บ้าง? สะพานพระราม 7 เป็นสะพานที่ใช้ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างถนนจรัญสนิทวงศ์มายังถนนวงศ์สว่าง หรือระหว่างฝั่งพระนครมายังฝั่งธน ถนนจรัญฯ ก็จะมีแยกที่สำคัญ ๆ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังถนนสายอื่นๆ ได้อีก 6 แยกด้วยกัน ได้แก่ แยกท่าพระ หรือเรียกได้ว่าเป็นจรัญฯ ตอนต้น แยกพาณิชยการธนบุรี หรือโซนจรัญฯ […]

Miss Tourism World 2023 – เขตบางพลัด

MISS TOURISM WORLD 2023 – เขตบางพลัด - P-Park Hotel โรงแรมมุสลิมย่านบางพลัด - จรัญสนิทวงศ์

MTW(ASIA) พลิกวิกฤต จัดประกวด MissTourismWorldThailand แก้ปัญหาการท่องเที่ยวของประเทศไทย เชิงระบบ!! การเฟ้นหาสาวงามควบคู่กับการฟื้นฟูการท่องเที่ยวภายในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยการประกวดที่ฉีกทุกกฏที่เคยมีมา เขตบางพลัด 23MB25 ทูตฯ ปังปอนด์ ณัฏฐณิชา ทูตการท่องเที่ยวและทูตการกีฬา เขตบางพลัด 2023 / MissTourismWorld – BangPhlat 2023 การศึกษา : ปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม สาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ความสามารถพิเศษ: รำไทย พิธีกร ประสบการณ์ : พิธีกร / นางแบบ / ฟรีแลนซ์ ผลงานต่างๆ : แสดง MV (นางเอก) เพลง My lovely girl https://youtu.be/viqGtjHFJY4 พิธีกรรายการ spize tv ทางช่อง true music พิธีกรรายการ Pop […]

“บางอ้อ” สายใยมุสลิม ริมฝั่งเจ้าพระยา

เมื่อก่อน ใครๆ ก็เรียกพวกเขาว่า ‘แขกแพ’ นั่นคือสมญานามของ ‘ชาวชุมชนบางอ้อ’ ในอดีต จากอาชีพทำแพ ค้าซุง แม้วันนี้บริบทของพื้นที่และวิถีจะเปลี่ยนไป แต่ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นของชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานคู่กับแม่น้ำเจ้าพระยามานับร้อยปี ยังคงทำให้พื้นที่แห่งนี้มีเรื่องเล่าและมนต์เสน่ห์เสมอ…ต้นทุนทางสังคมวัฒนธรรมนี่เอง ที่เป็นจุดขายให้คนรุ่นใหม่วาดฝันถึงโอกาสสร้างมูลค่าจากการท่องเที่ยวชุมชน บางอ้อเป็นชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก เดิมเป็นย่านสวนผลไม้นานาชนิด มีลำน้ำคูคลองมากมาย ที่ลาดชายตลิ่งปกคลุมหนาแน่นไปด้วยพันธุ์ไม้น้ำ โดยเฉพาะต้นอ้อ อันเป็นที่มาของชื่อ ‘บางอ้อ’ นั่นเอง ความเป็นชุมชนของย่านบางอ้อ คาดว่ามีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาพ่ายแพ้สงครามในปี พ.ศ. 2310 และมีผู้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในย่านนี้เรื่อยมา ชื่อของย่านยังเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ปรากฏอยู่ใน ‘นิราศวัดเจ้าฟ้า’ ซึ่งประพันธ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ความว่า “ถึงบางอ้อคิดจะใคร่ได้ไม้อ้อ ทำแพนซอเสียงแจ้วเที่ยวแอ่วสาว แต่ยังไม่เคยเชยโฉมประโลมลาว สุดจะกล่าวกล่อมปลอบให้ชอบใจ” อย่างไรก็ตาม บางอ้อนั้นเป็นย่านที่มีความหลากหลายของผู้คน ชุมชน วัฒนธรรม ทั้งจีน มอญ และโดยเฉพาะ ‘มุสลิม’ ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่รวมกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ และเป็นชุมชนเก่าแก่ที่อยู่กันมาอย่างยาวนาน มีมัสยิดเป็นศูนย์กลางของชุมชน มีบ้านเรือนอยู่ใกล้ชิดติดกันโดยรอย ตามรูปแบบและคำสอนของศาสนาอิสลาม “หลังจากอยุธยาล่มสลาย แขกสุลต่านกลุ่มหนึ่งอยู่ในราชสำนัก ทำการค้า อีกกลุ่มเป็นชาวบ้านธรรมดา มีบทบาทแตกต่างกันไป กลุ่มที่เป็นชาวบ้านก็มาตั้งรกรากใหม่แถวบางอ้อ […]

“บางพลัด” ปรากฎในนิราศภูเขาทองของสุนทรภู่ ยุคต้นรัตนโกสินทร์

บางพลัด ปรากฎในนิราศภูเขาทองของสุนทรภู่ ยุคต้นรัตนโกสินทร์ - P-Park Hotel โรงแรมมุสลิมย่านบางพลัด - จรัญสนิทวงศ์

“ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย ทำบุญบวชกรวดน้ำขอสำเร็จ สรรเพชญโพธิญาณประมาณหมาย ถึงสุราพารอดไม่วอดวาย ไม่ใกล้กรายแกล้งเมินก็เกินไป ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืนฯ ถึงบางจากจากวัดพลัดพี่น้อง มามัวหมองม้วนหน้าไม่ฝ่าฝืน เพราะรักใคร่ใจจืดไม่ยืดยืน จึงต้องขืนในพรากมาจากเมือง ถึงบางพลูคิดถึงคู่เมื่ออยู่ครอง เคยใส่ซองส่งให้ล้วนใบเหลือง ถึงบางพลัดเหมือนพี่พลัดมาขัดเคือง ทั้งพลัดเมืองพลัดสมรมาร้อนรน ถึงบางโพธิ์โอ้พระศรีมหาโพธิ์ ร่มริโรธรุกขมูลให้พูนผล ขอเดชะอานุภาพพระทศพล ให้ผ่องพ้นภัยพาลสำราญกายฯ” เหตุบ้านนามเมืองชื่อ “บางพลัด” อันหมายถึง ย่านที่มีการพลัดหลง หรือหลงถิ่น เชื่อว่าพื้นที่เดิมเป็นเรือกสวนแน่นขนัด เมื่อผู้คนอพยพมาอยู่หลังสงครามกรุงศรีฯ ครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2310 ย่อมเกิดเหตุการพลัดหลงกัน เข้าออกไม่ถูก อยู่บ่อยครั้ง จึงเรียกลำลองเช่นนี้มาจนเป็นชื่อย่านไปในที่สุด อีกทางหนึ่ง ในทางภาษาศาสตร์ ภาษามาเลย์ถิ่นใต้ เรียกต้นกะพ้อว่า ปาลัด (Palas) และเมื่อมีคนถิ่นใต้เข้ามาอาศัยในพื้นที่ถิ่นนี้ จึงอาจกลายเสียงเป็น บางพลัด ได้ “บางพลัด” มีฐานะเป็นอำเภอชั้นในอำเภอหนึ่งของจังหวัดพระนคร มีชื่อว่า อำเภอบางพลัด ต่อมาถูกลดฐานะเป็น […]

จากชื่อย่านไปสู่ชื่อละคร “หลงทางที่บางพลัด”

” หลงทางที่บางพลัด “ ละครเวทีศิลปการแสดงนิพนธ์ ปี พ.ศ.2555 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เรื่องราว..  ความน่ารักของครอบครัวสุดเพี้ยนที่ต้องมาอยู่ร่วมกันโดยบังเอิญ โดยเริ่มต้นที่การผจญภัยของเด็กน้อยสองคนที่ต้องมาเจอกับเหล่าญาติๆทางฝั่งพ่อที่แสนจะเพี้ยนด้วยความจำเป็น แต่ในความเพี้ยนนั้นก็ได้เห็นถึงการแสดงออกของความรักที่แตกต่างกันออกไปจนทำให้เป็นความเพี้ยนที่แสนอบอุ่นตามแบบฉบับของ ” หลงทางที่บางพลัด ” นั่นเอง.. ละครเรื่อง หลงทางที่บางพลัด “เรามักได้ยินเสมอว่า สถาบันครอบครัวมีความสำคัญอย่างสูงและมีอิทธิพลต่อคุณภาพตลอดจนบุคลิกภาพของมนุษย์ แต่ในความเป็นจริงบางครั้งมนุษย์เลือกสถาบันครอบครัวไม่ได้ หากเป็นเช่นนั้นมนุษย์จะทำอย่างไรที่จะประคองตนไม่ให้ “หลงทาง” เนื่องจากขาดสถาบันที่จะคอยยึดเหนี่ยวและช่วยชี้นำ  เจกับอาร์ตี้ไม่อาจหยุดยั้งความตายของมารดาได้  ไม่อาจเลือกสภาพสถาบันใหม่ที่มาทดแทนได้ ชีวิตและปฏิสัมพันธ์ในครอบครัวของคุณย่าทองก้อนอาจทำให้เด็กทั้งสองหลงทาง สิ่งที่ควรตระหนักจากละครเรื่องนี้ คือ ผู้ใหญ่ไม่ใช่ผู้ที่คิดถูก พูดถูก ทำถูกเสมอไป เมื่อใดที่เด็ก “รู้จักคิด” และกล้าพูดอย่างที่ใจคิด ผู้ใหญ่ควรรับฟัง นีล ไซมอนไม่ได้บอกเราตรง ๆ ว่าครอบครัวที่อบอุ่นเท่านั้นที่จะทำให้สมาชิกเติบโตเป็นคนดีได้ เขาเสนอสภาพครอบครัวของคุณย่าทองก้อน ผู้ยึดมั่นปรัชญาชีวิตที่ว่า ผู้ที่แกร่งดังเหล็กกล้าเท่านั้นที่จะอยู่รอดได้  ความแกร่งและเย็นชาของคุณย่าทำให้ลูก ๆ ทุกคนล้วนมีความไม่สมประกอบในบุคลิกภาพ ไซมอนสร้างตัวละครแต่ละตัวได้อย่างน่าขบขันแต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ บนรากฐานของความจริงที่หัวเราะไม่ออก ละครเรื่องนี้จึงเป็นสุขนาฏกรรมที่จริงใจที่สุดเรื่องหนึ่งของไซมอน เราหัวเราะและเศร้าไปพร้อม ๆ กัน เมื่อชมภาพชีวิตในครอบครัวที่ไม่สมประกอบ เราต้องยอมรับความจริงว่าตัวละครอาจมีความรู้สึกไม่ดีต่อครอบครัว แต่ไม่มีใครเกลียดครอบครัว ไอ้เสือบุญลือได้ก่อคดีที่ไม่มีใครรู้ได้และหนีการตามล่า […]

สนุกสนานในย่านบางพลัด ร่วมรับรู้ประวัติชุมชนมุสลิม “แขกแพ”

สนุกสนานในย่านบางพลัด ร่วมรับรู้ประวัติชุมชนมุสลิม “แขกแพ”

ความเป็นมาของชุมชนแขกแพและมัสยิดบางอ้อ  ตามประวัติคำบอกเล่าของคนในชุมชนกล่าวว่า ‘แขกแพ’ คือกลุ่มชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่บนเรือนแพซึ่งจอดอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำและคลองในอยุธยามาแต่เดิม โดยส่วนใหญ่เป็นมุสลิมนิกายซุนนี (Sunni) อีกทั้งยังประกอบขึ้นจากผู้คนหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นชาวอาหรับ ชาวมลายู และชาวจาม ฯลฯ ส่วนมากประกอบอาชีพค้าขายหรือรับราชการเป็นขุนนาง อีกทั้งการที่พวกเขาลงหลักปักฐานในอยุธยาเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการแต่งงานกับคนท้องถิ่น ผสมกลมกลืนจนเรียกได้ว่าเป็น ‘มุสลิมท้องถิ่น’ (Localized Muslim) กลุ่มหนึ่งของลุ่มน้ำภาคกลาง เมื่อถึงคราวกรุงศรีอยุธยาแตกใน พ.ศ. 2310 บรรดาแขกแพเหล่านี้อพยพหนีสงคราม ถอนเรือนแพล่องตามลำน้ำเจ้าพระยาลงมาหาทำเลปลอดภัย บ้างเข้าไปสมทบกับชุมชนชาวมุสลิมที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณตลาดแก้ว-ตลาดขวัญ (จังหวัดนนทบุรี) แต่ส่วนใหญ่จะล่องแพต่อลงมาจนถึงราชธานีใหม่ที่เมืองบางกอก โดยจะไปรวมตัวกันอยู่ที่กุฎีใหญ่ (มัสยิดต้นสน) ใกล้ปากคลองบางหลวง (บางกอกใหญ่) เพื่อประกอบศาสนกิจและกิจกรรมต่าง ๆ ในขณะที่แขกแพบางกลุ่มไปตั้งชุมชนบริเวณปากคลองบางกอกน้อย (มัสยิดหลวงอันซอริซซุนนะฮ์) หรือลงใต้ไปจนไปถึงย่านคลองสานและย่านบางลำพูล่าง (เจริญนคร) เหล่าลูกหลานของแขกแพเหล่านี้ยังคงสืบสายสกุล และมีสายสัมพันธ์เครือญาติโยงใยตลอดสายน้ำเจ้าพระยาตั้งแต่อยุธยาจนถึงกรุงเทพฯ จวบจนถึงปัจจุบัน สำหรับชุมชนมัสยิดบางอ้อ แขกแพกลุ่มหนึ่งได้มารวมตัวกันผูกแพริมตลิ่งย่านบางอ้อ ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่เรือกสวนเพาะปลูกผลไม้ จากคำบอกเล่าของบรรพบุรุษว่า มัสยิดบางอ้อหลังแรกเป็นเรือนไม้บนแพสำหรับใช้ประกอบพิธีละหมาด แต่เมื่อชุมชนขยายจนมีจำนวนคนมาละหมาดมากขึ้น จึงได้ยกมัสยิดเรือนแพขึ้นมาบนฝั่งและขยายต่อเติมให้กว้างขึ้น จนกระทั่งใน พ.ศ. 2462 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้หลักผู้ใหญ่ในชุมชนจึงได้อุทิศที่ดินเพื่อเป็นมัสยิด และร่วมกับออกทุนทรัพย์สร้างมัสยิดก่ออิฐถือปูนอย่างดงงามหลังปัจจุบันขึ้น แรกก่อตั้งมัสยิดบางอ้อ มัสยิดบางอ้อสร้างขึ้นในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว […]