จัดเต็ม 3 ร้านเด็ด อร่อยระดับตำนานย่านบางพลัด

ย้อนรอยเรื่องราววิถีชีวิตการกินอยู่ ผ่านเมนูเส้นของคนย่านบางพลัด มาร่วมเรียนรู้ สัมผัส และเข้าใจ เพื่อทำให้ทุกๆคำมีความหมายผ่านเมนูเส้น รับรองความเด็ด อร่อยระดับตำนาน 

1. ร้านลูกชิ้นน้ำใสบางพลัด

 ที่เปิดขายอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 72 หรือซอยวัดอาวุธ มานานกว่า 50 ปีแล้ว เมนูเด็ดของที่นี่ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส ที่มีให้เลือกทั้งลูกชิ้นเนื้อ ลูกชิ้นเอ็นเนื้อ เนื้อเปื่อย ส่วนใครไม่กินเนื้อก็ยังมีลูกชิ้นหมู และน่องไก่ตุ๋นให้เลือกชิมด้วย โดยสูตรเด็ดความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวก็คือน้ำซุปที่ใช้หัวน้ำซุปจากการทำลูกชิ้นผสมกับน้ำซุปที่ได้จากการต้มเนื้อเป็นเวลานาน ทำให้ได้น้ำซุปที่หอมหวาน รสชาติกลมกล่อม

เมนูแนะนำ:

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อเปื่อย (45 บาท) เป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำใสที่หอมหวานน้ำซุป ตัวลูกชิ้นนั้นเนื้อวัวอย่างดีที่สั่งทำเป็นพิเศษ ลูกชิ้นเนื้อเคี้ยวเด้งนุ่มอร่อย ส่วนเนื้อเปื่อยก็เปื่อยกำลังดี เข้ากันกับน้ำซุปที่อร่อยถูกใจ

ก๋วยเตี๋ยวน่องไก่ (40 บาท) ชามนี้ก็อร่อยเช่นกัน ตัวน่องไก่นั้นต้องตุ๋นอยู่ราว 2 ชั่วโมง ส่วนน้ำซุปได้จากการต้มโครงไก่ ปรุงไปกับซอสปรุงรสต่างๆ ให้ได้ที่ น่องไก่ที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มกำลังดี กินพร้อมกับน้ำซุปหอมหวานเข้มข้น

ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นหมู (40 บาท) ชามนี้ก็ใส่เฉพาะลูกชิ้นหมูอย่างดี มีแต่เนื้อหมูเน้นๆ เคี้ยวแล้วเด้งนุ่ม ส่วนเส้นที่ร้านก็มีให้เลือกคือเส้นหมี่กับเส้นใหญ่ และทีเด็ดก็คือกระเทียมเจียว ที่จะใส่ลงไปในทุกเมนู

เกาเหลาลูกชิ้นเนื้อเปื่อยน่องไก่ (50 บาท) ที่ใส่เครื่องทั้งหมดที่มีอยู่ในร้าน แล้วก็ใส่น้ำซุปเนื้อผสมน้ำซุปไก่ ที่จะเพิ่มความหอมหวานและสีสันที่ชวนกิน

ข้าวน่องไก่ (35 บาท) จะมีข้าวสวยร้อนๆ มาพร้อมกับน่องไก่ตุ๋น ราดด้วยน้ำซุปไก่เล็กน้อย โรยหน้าด้วยต้นหอมและกระเทียมเจียว ข้าวสวยที่คลุกเคล้ากับน้ำซุปไก่จะมีรสชาติกลมกล่อม เพิ่มความหอมอร่อยด้วยกระเทียมเจียว เป็นเมนูประยุกต์ที่ชวนกินมากจริงๆ

หรือใครอยากจะชิมเนื้อเปื่อยกับข้าว ก็เลือกเป็น ข้าวราดเนื้อเปื่อย (40 บาท)

2. ร้านกาแฟบ้านบางอ้อ

ร้านกาแฟและร้านอาหารโฮมเมดรสชาติดี บรรยากาศสบายๆย่านฝั่งธน เป็นร้านกาแฟที่ใช้เมล็ดกาแฟจากหมู่บ้านดูลาเปอร์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน สำหรับเมนูอาหารจะเป็นเมนูฮาลาล ฟิวชั่น รูปแบบและรสชาติไม่ซ้ำใคร ถ้าใครผ่านไปผ่านมาย่านนี้ แนะนำให้ลองแวะทานดู

เมนูแนะนำ:

กาแฟซิกเนเจอร์ บางอ้อคอฟฟี่ จะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ จากน้ำแข็งที่ทำจากเอสเพรสโซ่ ละลายเข้ากันดีกับลาเต้เย็น

ครีมสตอรอว์เบอร์รี่ เหมาะเป็นตัวเลือกที่ดื่มแล้วสดชื่นอยู่ไม่น้อย ใช้นมสดผสมครีมปั่น ราดซอสสตรอว์เบอร์รี่อีกที

ขนมที่นี่เน้นอบสดใหม่ อย่าง อัลมอนด์โทสต์ (95 บาท) ที่หั่นมาเป็นชิ้น หอมกรุ่น กรอบนอกนุ่มใน ทานกับไอศกรีมวานิลลา หรือวาฟเฟิล (95 บาท) เนื้อนุ่มหอมมัน ทำแป้งสดใหม่ทุกวัน ทานกับไอศกรีมช็อกโกแลต กล้วยหอม ราดซอสช็อกโกแลต

สลัดกุ้งทอด (130 บาท) ผักหลากสีพร้อมกุ้งสดทอด เสิร์ฟกับทาร์ทาร์ซอสโฮมเมด ต่อด้วยลาซานญ่าไก่ (120 บาท) ทำมาเป็นทรงกลมโชว์ตัวชั้นที่อัดแน่นด้วยซอสเข้มข้น พร้อมราดชีสเยิ้ม ๆ ส่วนอาหารไทยรสจัดก็มี สปาเก็ตตี้ผัดกุ้งกระเพรากรอบ (85 บาท) ที่ใส่สารพัดสมุนไพรไทย

3. ร้านลุงกับป้า ก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูบะช่อ

สูตรเด็ดที่คิดขึ้นมาเอง และทำกินกันในครอบครัวที่แต่เดิมอาศัยอยู่ จ.อยุธยา (จึงเรียกว่าเป็นสูตรจากอยุธยานั่นเอง) และพอย้ายเข้ามาที่กรุงเทพฯ จึงนำมาดัดแปลงใหม่จากที่เคยใส่มันหมู เป็นใส่ “หมูบะช่อ” ซึ่งก็คือหมูสับที่ปรุงเครื่องตามสูตรของที่ร้าน เรียกว่าเป็นจุดเด่นของร้านนี้เลย โดยร้านลุงกับป้าเปิดมา 30 ปีแล้ว และมีเพียงสาขาเดียวอยู่ที่ถนนจรัญสนิทวงศ์เท่านั้น

เมนูแนะนำ:

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ อัดแน่นมาด้วยเครื่องหมูมากมาย ทั้งหมูชิ้น ตับ และไส้หมูนุ่มๆ ที่เป็นไฮไลต์เด็ดของที่ร้านเลย นอกจากนั้นยังมีลูกชิ้นกุ้ง ลูกชิ้นปลา ฮือก้วย ยกขบวนความอร่อยมาเต็มๆ

ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟต้มยำ ที่ร้านจะเรียกกันสั้นๆ ว่า “โฟยำ” ที่จัดหนักมากับเครื่องเย็นตาโฟมากมาย ทั้งหมึกกรอบ เลือด ลูกชิ้นกุ้ง ลูกชิ้นปลา ฮือก้วย และเติมรสต้มยำด้วยการปรุงรสน้ำซุปให้ซี้ดซ้าด ปิดท้ายด้วยการใส่หมูบะช่อแสนอร่อยถึงจะครบตามสูตรของที่ร้าน

ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส ก็มีเช่นกัน เหมาะกับเด็กๆ หรือคนที่ไม่กินเผ็ดเลย เครื่องทุกอย่างจะเหมือนกับก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เพียงแต่ไม่ปรุงน้ำเป็นรสต้มยำ จะได้อร่อยกับน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนหวานกลมกล่อม

เอกลักษณ์ของร้านก๋วยเตี๋ยวลุงกับป้าก็คือ โค้ดลับการสั่งว่า “ยำเบา” แทน “ก๋วยเตี๋ยวขนาดธรรมดา” (ราคา 50 บาท) และ “ยำหนัก” แทน “ก๋วยเตี๋ยวแบบพิเศษ” (ราคา 80 บาท)