ช่วงปลายเดือนกันยายน 2026 หลายคนน่าจะเห็นข่าวฝนตกหนักและน้ำท่วมในกรุงเทพฯ กันแทบทุกวัน บางพื้นที่มีน้ำรอระบาย บางถนนรถเล็กผ่านลำบาก ขณะที่บางจุดสถานการณ์ก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติค่อนข้างเร็ว
สำหรับคนกรุงเทพฯ อาจพอรู้ว่าเส้นไหนควรเลี่ยง แต่ถ้าเป็นคนต่างจังหวัดหรือนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเข้ามาพักในกรุงเทพฯ คำถามแรก ๆ ก็คงหนีไม่พ้นว่า
“แล้วควรเลือกพักแถวไหนดี?”
จริง ๆ แล้วการดูแค่ว่า “เขตไหนท่วม หรือเขตไหนไม่ท่วม” อาจยังไม่พอค่ะ เพราะสถานการณ์ในกรุงเทพฯ ต่างกันได้แม้จะอยู่ในเขตเดียวกัน บางซอยมีน้ำ แต่ถนนใหญ่อาจยังสัญจรได้ตามปกติ หรืออีกฝั่งของถนนอาจไม่มีปัญหาเลยก็มี
ช่วงวันที่ 26–28 กันยายน กรุงเทพฯ เจอฝนตกหนักมาก จนหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ และแม้น้ำในหลายจุดจะเริ่มลดลงแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งระบายน้ำและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
เพราะฉะนั้น ถ้ากำลังหาโรงแรมในกรุงเทพช่วงหน้าฝน ลองดู 5 เรื่องนี้ก่อนตัดสินใจค่ะ
1. อย่าดูแค่ชื่อเขต ให้ดูถึง “ถนนและซอย”
เวลาเห็นข่าวว่าเขตใดเขตหนึ่งมีน้ำท่วม ไม่ได้หมายความว่าทั้งเขตจะมีน้ำทั้งหมด
กรุงเทพฯ มีทั้งถนนใหญ่ ซอยย่อย คลอง และพื้นที่สูงต่ำต่างกัน บางจุดน้ำระบายเร็ว แต่บางจุดอาจเป็นแอ่งรับน้ำและต้องใช้เวลานานกว่า
ดังนั้นถ้าจะจองโรงแรม ลองเช็กให้ละเอียดขึ้นว่า หน้าโรงแรม ถนนหลัก และเส้นทางเข้าออกมีสถานการณ์อย่างไร
กรุงเทพมหานครเองมีระบบตรวจวัดระดับน้ำท่วมถนน ซึ่งสามารถใช้ดูสถานการณ์ตามจุดต่าง ๆ ได้ก่อนออกเดินทาง
2. โทรหาโรงแรมก่อนมา ง่ายที่สุดและได้ข้อมูลตรงที่สุด
บางทีเราเปิดข่าวแล้วเห็นภาพน้ำท่วมจากเมื่อหลายชั่วโมงก่อน แต่สถานการณ์จริงอาจลดลงแล้วก็ได้
วิธีง่ายที่สุดคือโทรถามโรงแรมค่ะ
“วันนี้รถเข้าโรงแรมได้ไหมคะ?”
“ถนนหน้าโรงแรมมีน้ำหรือเปล่า?”
“ควรเข้าทางไหนสะดวกที่สุด?”
พนักงานที่อยู่หน้างานจะเห็นสถานการณ์จริงและแนะนำเส้นทางให้เราได้ดีกว่าเดาสถานการณ์จากภาพในโซเชียล
3. เลือกที่พักที่มีทางเข้าออกหลายทาง
ช่วงฝนตกหนัก สิ่งที่สร้างปัญหามากกว่าตัวโรงแรมบางครั้งกลับเป็น เส้นทางไปโรงแรม
ถ้าเลือกที่พักที่มีถนนหลักหลายเส้นทาง หรือสามารถเปลี่ยนเส้นทางเข้าออกได้ ก็จะช่วยลดความกังวลลงไปเยอะ
โดยเฉพาะคนที่มีเที่ยวบิน มีประชุม มีนัดโรงพยาบาล หรือจำเป็นต้องเดินทางตามเวลา ควรเผื่อเส้นทางสำรองไว้เสมอ
4. ใกล้ MRT หรือระบบขนส่งสาธารณะ ยิ่งช่วยได้
วันไหนฝนตกหนัก การนั่งรถบนถนนอาจใช้เวลานานกว่าปกติหลายเท่า
โรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจาก MRT หรือระบบขนส่งสาธารณะจึงเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะอย่างน้อยเรายังมีทางเลือกอื่น นอกจากการเดินทางด้วยรถยนต์เพียงอย่างเดียว
และถ้าวันไหนเส้นทางหนึ่งมีปัญหา ก็ยังสามารถปรับแผนการเดินทางได้ง่ายกว่า
5. ย่านบางพลัด–จรัญสนิทวงศ์ก็ต้องดูเป็นจุด ๆ เช่นกัน
ฝั่งธนบุรีอย่างบางพลัดและจรัญสนิทวงศ์มีทั้งบริเวณที่เดินทางได้ตามปกติและบางจุดที่เคยมีน้ำรอระบายเมื่อฝนตกหนัก จึงไม่ควรเหมารวมว่า “บางพลัดไม่ท่วม” ทั้งหมดค่ะ
ข้อมูลของกรุงเทพมหานครเองก็เคยมีการติดตามและแก้ไขปัญหาน้ำขังในจุดต่าง ๆ ตามแนวจรัญสนิทวงศ์อยู่เป็นระยะ ระบบสารสนเทศเพื่อบริหารยุทธศาสตร์ กทม.
สำหรับผู้ที่กำลังจะเข้าพักที่ โรงแรมพีพาร์ค ย่านบางพลัด–จรัญสนิทวงศ์ ในช่วงนี้ ทางที่ดีที่สุดคือสอบถามสถานการณ์กับโรงแรมก่อนเดินทางได้เลย
ณ ช่วงเวลาที่เขียนบทความ บริเวณโรงแรมพีพาร์คและทางเข้าออกโรงแรมยังสามารถใช้งานได้ตามปกติและไม่มีน้ำท่วมขังบริเวณโรงแรม แต่เนื่องจากฝนในกรุงเทพฯ สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ค่อนข้างเร็ว เราก็ยังแนะนำให้เช็กอีกครั้งในวันที่เดินทางค่ะ
ฝนตกไม่ได้แปลว่าต้องยกเลิกทริป
กรุงเทพฯ ในหน้าฝนยังเที่ยวได้ค่ะ เพียงแต่อาจต้องวางแผนมากขึ้นอีกนิด
ก่อนออกจากโรงแรมลองเช็กพยากรณ์อากาศ ดูเส้นทางใน Google Maps เช็กสถานการณ์น้ำ และเผื่อเวลาเดินทางเพิ่มขึ้นหน่อย ถ้าฝนกำลังตกหนักมาก การนั่งพักรอสักครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมง บางครั้งก็ดีกว่าฝืนออกไปเจอรถติดกลางทาง
สำหรับใครที่กำลังมองหาที่พักฝั่ง บางพลัด–จรัญสนิทวงศ์ และกังวลเรื่องสถานการณ์ฝนหรือน้ำท่วม สามารถสอบถาม โรงแรมพีพาร์ค ก่อนเดินทางได้ค่ะ จะได้รู้สถานการณ์ล่าสุดและวางแผนเส้นทางเข้าที่พักได้สบายใจกว่าเดิม
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะพักย่านไหน สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงหน้าฝนคือ เช็กก่อนออกเดินทาง และอย่าฝืนเส้นทางที่มีน้ำสูง เพราะแผนเที่ยวเปลี่ยนได้ แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อนค่ะ